ทำไมสื่อลามกอนาจารเด็กถึงเป็นภัยมืดที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

ทำไมสื่อลามกอนาจารเด็กถึงเป็นภัยมืดที่ไม่มีใครอยากพูดถึง

สื่อลามกอนาจารเด็กคือภาพหรือวิดีโอที่แสดงการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เยาว์ ซึ่งถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศของผู้ใหญ่โดยเฉพาะ

สื่อประเภทนี้ทำหน้าที่เป็นสิ่งกระตุ้นทางเพศที่ผิดกฎหมายและละเมิดศักดิ์ศรีของเด็กอย่างร้ายแรง

ภาพอนาจารเด็กคืออะไร และทำไมจึงผิดกฎหมายในประเทศไทย

ภาพอนาจารเด็กคือสื่อที่แสดงหรือสื่อถึงการร่วมเพศ การล่วงละเมิด หรือการโพสต์ท่าทางทางเพศของบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง วิดีโอ หรือภาพวาดก็ตาม ถามว่าทำไมจึงผิดกฎหมายในประเทศไทย? เพราะกฎหมายมองว่าเด็กไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และการมีอยู่ของสื่อลามกอนาจารเด็กถือเป็นการซ้ำเติมความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงต่อตัวเด็กโดยตรง ไม่ใช่แค่เรื่องศีลธรรม แต่เป็นการปกป้องเด็กจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความหมายทางกฎหมายของภาพอนาจารเด็กตามประมวลกฎหมายอาญา

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287/1 ความหมายทางกฎหมายของภาพอนาจารเด็ก หมายถึงวัตถุหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่แสดงให้เห็นการร่วมเพศ การอนาจาร หรืออวัยวะเพศของบุคคลอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว หรือภาพตัดต่อ แม้ผู้ครอบครองจะอ้างว่าเด็กยินยอมก็ไม่ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะกฎหมายมุ่งคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศทุกกรณี การมีไว้ในครอบครองเพื่อเผยแพร่หรือเพื่อประโยชน์ทางเพศจึงเป็นความผิดอาญาโดยตรง

คำถาม: ภาพที่เด็กแต่งตัววาบหวิวแต่ไม่เห็นอวัยวะเพศถือเป็นภาพอนาจารเด็กหรือไม่? ขึ้นอยู่กับเจตนาและบริบท หากสื่อถึงความใคร่ทางเพศต่อเด็ก ก็เข้าข่ายตาม มาตรา 287/1 ได้เช่นกัน

ความแตกต่างระหว่างภาพอนาจารเด็กกับภาพโป๊ทั่วไป

ความแตกต่างระหว่างภาพอนาจารเด็กกับภาพโป๊ทั่วไปอยู่ที่สถานะของบุคคลในภาพเป็นแกนหลัก ภาพโป๊ทั่วไปเกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่ที่ให้ความยินยอม ขณะที่ภาพอนาจารเด็กเกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ซึ่ง قانونถือว่าไม่สามารถให้ความยินยอมได้ แม้ภาพนั้นจะไม่ได้แสดงการร่วมเพศหรือไม่ได้ถูกใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็ยังคงเป็นภาพอนาจารเด็กตามกฎหมาย เพราะแก่นของการผิดกฎหมายคือการนำร่างกายเด็กมาใช้ในทางเพศ ผู้ใช้ควรเข้าใจว่าการครอบครองหรือเผยแพร่ภาพดังกล่าวผิดกฎหมายแยกจากภาพผู้ใหญ่

  • ภาพโป๊ทั่วไปเกิดจากผู้ใหญ่ที่ยินยอม ส่วนภาพอนาจารเด็กเกิดจากผู้เยาว์ที่ให้ความยินยอมไม่ได้
  • ภาพอนาจารเด็กผิดกฎหมายแม้ไม่มีเจตนาทางการค้า或แค่เก็บไว้ดู
  • ภาพโป๊ทั่วไปมีกรอบอายุและความยินยอมเป็นตัวกำหนดกฎหมาย

รูปแบบของสื่ออนาจารเด็กที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน

รูปแบบของสื่ออนาจารเด็กที่พบได้บ่อยในปัจจุบันมักเป็นภาพนิ่งและวิดีโอที่ถูกบันทึกจากโทรศัพท์มือถือหรือกล้องเว็บแคม แล้วเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ปิดบังตัวตน และใช้พื้นที่จัดเก็บแบบคลาวด์ นอกจากนี้ยังพบสื่อที่ตัดต่อหรือสังเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ เช่น ดีปเฟก ซึ่งเลียนแบบใบหน้าหรือร่างกายเด็ก รวมถึงการไลฟ์สดที่ผู้กระทำใช้กล้องถ่ายทอดสดเพื่อแลกเปลี่ยนกับผู้ชม การส่งต่อผ่านแอปแชทและกลุ่มปิดก็เป็นช่องทางหลักที่ทำให้สื่อลามกอนาจารเด็กแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและยากต่อการตรวจจับ

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบดิจิทัลและไฟล์ออนไลน์

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบดิจิทัลและไฟล์ออนไลน์มักอยู่ในรูปภาพและวิดีโอที่บันทึกเป็นไฟล์ดิจิทัล เช่น JPEG, MP4 หรือไฟล์บีบอัด ZIP ซึ่งง่ายต่อการคัดลอกและส่งต่อผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไฟล์เหล่านี้อาจถูกเข้ารหัสหรือซ่อนในโฟลเดอร์ลับเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ การเก็บไฟล์ไว้ในอุปกรณ์ส่วนตัวหรือคลาวด์ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงซ้ำได้ตลอดเวลา สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบดิจิทัลยังรวมถึงการสตรีมสดหรือการแชร์ผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยไม่ตั้งใจ

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบดิจิทัลและไฟล์ออนไลน์คือไฟล์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและส่งต่อในระบบดิจิทัล ซึ่งเข้าถึงซ้ำและแพร่กระจายได้ง่าย จึงเป็นภัยที่ต้องระวังทั้งการสร้าง การเก็บ และการแชร์

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบสิ่งพิมพ์และสื่อกายภาพ

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบสิ่งพิมพ์และสื่อกายภาพ ได้แก่ นิตยสาร หนังสือภาพ โปสการ์ด สติกเกอร์ และภาพถ่ายที่พิมพ์ออกมาเป็นวัตถุจับต้องได้ ผู้กระทำผิดมักซ่อนสิ่งเหล่านี้ในปกหนังสือทั่วไป กล่องเก็บของ หรือวัสดุที่ดูไม่น่าสงสัย การครอบครองสื่อสิ่งพิมพ์เหล่านี้ยังคงผิดกฎหมายแม้ไม่ได้เผยแพร่ และอาจถูกใช้เพื่อล่อลวงหรือข่มขู่เด็กโดยตรง การตรวจพบมักเกิดจากการค้นบ้านหรือการส่งพัสดุ จึงควรระวังการรับสิ่งของแปลกปลอมจากบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ

สื่ออนาจารเด็กในรูปแบบสิ่งพิมพ์และสื่อกายภาพ

  • นิตยสารและหนังสือภาพที่พิมพ์ออกมาเป็นเล่ม
  • ภาพถ่าย ฟิล์ม และโพลารอยด์ที่ยังไม่ได้แปลงเป็นดิจิทัล
  • โปสการ์ด สติกเกอร์ และแผ่นพับที่มีภาพเด็กในทางอนาจาร
  • สื่อบันทึกทางกายภาพ เช่น ซีดี ดีวีดี และฟลอปปีดิสก์

สื่อลามกอนาจารเด็ก

วิธีการเผยแพร่และการเข้าถึงสื่ออนาจารเด็ก

สื่อลามกอนาจารเด็กถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งแบบเปิดและปิด ผู้ใช้มักเข้าถึงผ่านการค้นหาด้วยคำรหัสหรือการเข้าร่วมกลุ่มส่วนตัวบนแอปพลิเคชันแชท การแลกเปลี่ยนไฟล์โดยตรงผ่านลิงก์ชั่วคราวหรือบริการฝากไฟล์ช่วยหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ขณะที่เครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ก็ถูกใช้ส่งต่อไฟล์ขนาดใหญ่ แม้บางแพลตฟอร์มจะมีมาตรการตรวจจับอัตโนมัติ แต่ผู้เผยแพร่มักปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยง การเข้าถึงยังเกิดขึ้นผ่านเว็บมืดที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะ การรู้เท่าทันถึงช่องทางเหล่านี้จึงสำคัญต่อการป้องกันและการรายงาน

สื่อลามกอนาจารเด็ก

ช่องทางออนไลน์ที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงและเผยแพร่

มิจฉาชีพมักใช้ ช่องทางออนไลน์ที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงและเผยแพร่ สื่ออนาจารเด็กผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เปิดให้สร้างบัญชีปลอม เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ และติ๊กต็อก โดยแฝงตัวเป็นเด็กวัยเดียวกันเพื่อสร้างความไว้วางใจ จากนั้นชักชวนให้ส่งภาพส่วนตัวแล้วนำไปแบล็กเมลหรือขายต่อในกลุ่มปิดบนเทเลแกรมและดิสคอร์ด นอกจากนี้ยังใช้เกมออนไลน์และแอปแชทสุ่มเพื่อเข้าถึงเหยื่อโดยตรง

ถาม: ช่องทางออนไลน์ใดที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงและเผยแพร่สื่ออนาจารเด็กบ่อยที่สุด?
ตอบ: กลุ่มปิดบนเทเลแกรม ดิสคอร์ด และบัญชีปลอมบนโซเชียลมีเดียทั่วไป เนื่องจากตรวจสอบยากและเข้าถึงเหยื่อได้รวดเร็ว

กลวิธีล่อลวงเด็กให้สร้างสื่ออนาจารด้วยตนเอง

ผู้ล่วงละเมิดมักใช้ กลวิธีล่อลวงเด็กให้สร้างสื่ออนาจารด้วยตนเอง ผ่านการสร้างความไว้วางใจและแสร้งเป็นเพื่อนวัยเดียวกันในเกมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย

  1. เริ่มจากการชวนคุยเรื่องทั่วไป สะสมข้อมูลส่วนตัว และมอบรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อสร้างความผูกพัน
  2. ค่อย ๆ นำบทสนทนาไปสู่เรื่องเพศ แนะนำว่าการถ่ายภาพหรือวิดีโอเป็นเรื่องปกติ และสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ
  3. ใช้การข่มขู่หรือแบล็กเมลเมื่อเด็กปฏิเสธ เพื่อบังคับให้ส่งภาพเพิ่มเติมหรือทำตามคำสั่ง

การรู้เท่าทันลำดับเหล่านี้ช่วยให้ผู้ปกครองและเด็กหยุดยั้งได้ตั้งแต่ขั้นแรก

ผลกระทบร้ายแรงของสื่ออนาจารเด็กต่อเด็กและสังคม

สื่อลามกอนาจารเด็ก

สื่อลามกอนาจารเด็กสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อเด็กโดยตรง เพราะเป็นการบันทึกการล่วงละเมิดที่คงอยู่ตลอดไป เหยื่อต้องเผชิญความทุกข์ทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อภาพถูกเผยแพร่ซ้ำ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี นอกจากนี้ สื่อประเภทนี้ยังทำลายพัฒนาการทางจิตใจ อารมณ์ และสังคมของเด็ก ทั้งความรู้สึกปลอดภัยและความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในอนาคต ผลกระทบที่ยั่งยืนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเด็กเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจในสถาบันพื้นฐานของสังคมโดยรวม สังคมต้องแบกรับภาระทั้งการฟื้นฟูผู้เสียหายและความเสี่ยงที่พฤติกรรมล่วงละเมิดจะแพร่ขยายต่อไป

ผลกระทบทางจิตใจและร่างกายต่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ

เด็กที่ตกเป็นเหยื่อสื่อลามกอนาจารต้องเผชิญผลกระทบทางจิตใจและร่างกายต่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่ออย่างรุนแรง ทั้งความวิตกกังวล ซึมเศร้า ฝันร้าย และความรู้สึกผิดหรือละอายที่ฝังลึก บางรายมีอาการหวาดกลัวการสัมผัสหรือปฏิเสธความใกล้ชิด ร่างกายอาจแสดงออกผ่านอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง นอนไม่หลับ หรือพฤติกรรมทำร้ายตนเอง เด็กบางคนถดถอยทางพัฒนาการและสูญเสียความไว้วางใจในผู้ใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงการเรียนรู้และความสัมพันธ์ในระยะยาว

ผลกระทบทางจิตใจและร่างกายต่อเด็กที่ตกเป็นเหยื่อมีอะไรบ้าง? ได้แก่ ภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึมเศร้า วิตกกังวล ปัญหาการนอน ภาพลามกยังคงรบกวนความคิดซ้ำ ๆ และอาจนำไปสู่การทำร้ายตนเองหรือปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรังหากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที

ผลกระทบทางสังคมและความมั่นคงของชุมชน

การแพร่กระจายของสื่อลามกอนาจารเด็กบั่นทอน ความมั่นคงของชุมชน เพราะทำลายความไว้วางใจระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ซึ่งเป็นรากฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัย เมื่อผู้ปกครองหวาดระแวงบุคคลรอบข้าง เด็กถูกกีดกันจากกิจกรรมสังคม และพื้นที่สาธารณะกลายเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ภาวะนี้สร้างความแตกแยกภายในชุมชน และลดทอนความสามารถในการปกป้องเด็กโดยกลไกตามธรรมชาติของสังคม

ผลกระทบทางสังคมและความมั่นคงของชุมชนร้ายแรงเพียงใด? เมื่อความเชื่อใจพื้นฐานถูกทำลาย ชุมชนจะสูญเสียกลไกป้องกันตนเอง เด็กเสี่ยงมากขึ้น และผู้กระทำผิดแฝงตัวได้ง่ายขึ้นในสภาพแวดล้อมที่ผู้คนหวาดระแวงกันเอง

วิธีสังเกตและป้องกันไม่ให้เด็กตกเป็นเหยื่อสื่ออนาจารเด็ก

ผู้ปกครองควรสังเกตพฤติกรรมเด็กที่เปลี่ยนไป เช่น ปิดหน้าจอทันทีเมื่อมีคนเข้าใกล้ ลบประวัติการใช้งาน หรือมีของขวัญราคาแพงที่อธิบายที่มาไม่ได้ อย่าละเลยสัญญาณเหล่านี้ เพราะอาจบ่งชี้ว่าเด็กกำลังถูกชักจูงให้เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก สอนเด็กว่าห้ามส่งภาพหรือวิดีโอส่วนตัวให้ใครแม้เป็นคนรู้จัก child porn และให้บอกผู้ใหญ่ทันทีหากมีคนขอภาพหรือชวนคุยเรื่องเพศ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแอปและเกมให้จำกัดผู้ติดต่อ พร้อมดูแลการใช้กล้องเว็บแคมในห้องนอน ถามเด็กสั้นๆ ว่า “ถ้ามีคนขอรูปหนู หนูจะทำอย่างไร?” เพื่อฝึกให้รู้จักปฏิเสธและขอความช่วยเหลือ

สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครองควรสังเกตในพฤติกรรมเด็ก

ลองสังเกต สัญญาณเตือนที่ผู้ปกครองควรสังเกตในพฤติกรรมเด็ก แบบไม่ต้องเครียดนะ เช่น

  1. เด็กแยกตัว เงียบผิดปกติ หรือหลบหน้าหลบตาเวลาคุยเรื่องมือถือ
  2. ปิดจอทันทีเมื่อมีคนเดินเข้าใกล้ หรือลบประวัติการใช้งานบ่อยๆ
  3. มีของขวัญ เงิน หรือ gadget ใหม่ที่อธิบายที่มาไม่ได้
  4. อารมณ์แปรปรวน กลัว หรือกังวลมากผิดปกติ
  5. ใช้คำพูดหรือความรู้ทางเพศที่ไม่เหมาะกับวัย

ถ้าเจอหลายข้อพร้อมกัน อย่าตำหน่า แต่ชวนคุยด้วยความเข้าใจและขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

แนวทาง保護เด็กจากการถูกหลอกให้สร้างสื่ออนาจาร

สื่อลามกอนาจารเด็ก

การป้องกันเด็กจากการถูกหลอกให้สร้างสื่ออนาจารต้องเริ่มจากสร้างความตระหนักเรื่อง แนวทาง保护เด็กจากการถูกหลอกให้สร้างสื่ออนาจาร โดยสอนให้เด็กตั้งคำถามเมื่อมีคนออนไลน์ขอภาพส่วนตัวหรือชวนพูดคุยเรื่องเพศ ผู้ปกครองควรกำหนดกฎการใช้สื่อร่วมกัน ตรวจสอบแอปและเพื่อนในบัญชีเด็กอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสอนไม่ให้ส่งภาพหรือวิดีโอให้任何人แม้เป็นคนรู้จัก และให้เด็กรู้ว่าสามารถขอความช่วยเหลือได้ทันทีโดยไม่ถูกตำหนิ

ถาม: ถ้าเด็กถูกหลอกให้สร้างสื่ออนาจารแล้วควรทำอย่างไร? ตอบ: ให้เด็กหยุดติดต่อผู้หลอกลวง เก็บหลักฐานแจ้งผู้ปกครองและตำรวจ รวมทั้งขอคำปรึกษาจากหน่วยงานคุ้มครองเด็กทันที

โทษทางกฎหมายและขั้นตอนการแจ้งเบาะแสสื่ออนาจารเด็ก

เมื่อรู้ว่าภาพหรือคลิปที่เห็นเป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก ผู้ที่ครอบครอง ส่งต่อ หรือเผยแพร่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก โทษทางกฎหมายอาจถึงจำคุกหลายปีและปรับหนัก แม้เพียงกดแชร์ต่อก็ถือว่ามีความผิดทันที หากพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1300 หรือแจ้งความออนไลน์ต่อตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยเก็บหลักฐาน เช่น ลิงก์หรือชื่อบัญชีไว้ ขั้นตอนการแจ้งเบาะแสควรแจ้งทันทีโดยไม่ต้องรอให้แน่ใจว่าเป็นของจริง เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอง การช่วยแจ้งคือการหยุดวงจรการทำร้ายเด็ก

อัตราโทษสำหรับผู้ผลิต ผู้เผยแพร่ และผู้ครอบครองสื่ออนาจารเด็ก

ถ้าพูดถึง อัตราโทษสำหรับผู้ผลิต ผู้เผยแพร่ และผู้ครอบครองสื่ออนาจารเด็ก ในไทยนั้นถือว่าหนักมาก เพราะกฎหมายมองว่าเด็กคือผู้เสียหายที่ต้องได้รับการคุ้มครองสูงสุด แม้เพียงครอบครองไว้ดูส่วนตัวโดยไม่ได้ส่งต่อ ก็ยังมีความผิดและอาจติดคุกได้ ซึ่งหลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าแค่เก็บไว้ไม่เป็นไร

  • ผู้ผลิตหรือสร้างสื่อฯ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3–20 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000–200,000 บาท
  • ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3–10 ปี และปรับ 60,000–200,000 บาท
  • ผู้ครอบครองเพียงอย่างเดียว มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท
  • หากทำเป็นธุรกิจหรือค้ามนุษย์ โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือมากกว่า

ช่องทางแจ้งเบาะแสและการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อพบสื่อลามกอนาจารเด็ก ผู้ใช้สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน ช่องทางแจ้งเบาะแสและการขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หลายทาง ดังนี้

  1. แจ้งตำรวจผ่านสถานีตำรวจในท้องที่หรือสายด่วน 191 หรือ 1599 (ศูนย์ปราบปรามการค้ามนุษย์)
  2. แจ้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมผ่านสายด่วน 1212 หรือเว็บไซต์ www.mdes.go.th
  3. แจ้งเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายโดยตรงผ่านปุ่มรายงาน (Report) ของแพลตฟอร์มนั้น
  4. ติดต่อหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เช่น สายด่วนเด็ก 1387 หรือมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี

ผู้แจ้งควรเก็บหลักฐาน เช่น ลิงก์ ภาพหน้าจอ หรือข้อมูลผู้ต้องสงสัย โดยหน่วยงานจะคุ้มครองข้อมูลผู้แจ้งเป็นความลับและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป